
| การไว้ทรงผมโก๊ะมีส่วนสัมพันธ์กับความเชื่อในผีโรงใหญ่ของชาวมอญบางขันหมาก เพราะว่าเด็กผู้ชายจะกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวในอนาคต เป็นผู้สืบทอดวงค์ตระกูลและชาติพันธุ์มอญต่อไป นอกจากนี้เด็กผู้ชายบางคนอาจจะเติบโตกลายเป็นหัวหน้าหรือผู้นำตระกูล ซึ่งมีหน้าที่จะต้องทำพิธีไหว้ผีโรงสืบต่อไปในภายภาคหน้า |
|
| สำหรับเด็กผู้หญิงที่ไว้ผมโก๊ะนั้นปรากฏอย่างเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะมีความเชื่อในเรื่องการเลี้ยงดูโดยเชื่อว่าเด็กที่ไว้ผมโก๊ะจะ เลี้ยงง่ายไม่อ้อน ไม่เจ็บป่วยบ่อยๆไม่เป็นไข้ เติบโตดีแข็งแรงนอกจากนี้บางครอบครัวก็มีความเชื่อเรื่องผีโรงใหญ่จึงให้ เด็กผู้หญิงไว้ผมโก๊ะตั้งแต่แรกเกิดเช่นเดียวกับเด็กผู้ชาย การเลี้ยงดูเด็กที่ไว้ผมโก๊ะเหมือนเด็กปกติแต่มักจะไม่ตีเพราะถือว่าเป็นลูก หลานบรรพบุรุษ ถ้าตีแล้วจะทำให้ผีเข้าคนเฒ่าคนแก่ในบ้าน ดังนั้นจึงพบว่าเด็ก ที่ไว้ผมโก๊ะจะแก่นซนมากเพราะว่าผู้ใหญ่มักจะตามใจ |
|
| ส่วนพิธีกรรมที่จะต้องทำเมื่อเด็กไว้ผมโก๊ะ เริ่มจากพ่อแม่จัดเตรียมผ้าแดงหรือผ้าขาวม้าสีแดง ๑ ผืนนำไปให้ผู้นำของตระกูลที่จะทำการไหว้ผีโรงใหญ่เก็บรักษาไว้เมื่อทำพิธี ไหว้ผีโรงใหญ่จะนำผ้าแดงมาใช้ในพิธีไหว้ด้วยสำหรับเด็กผู้หญิงที่จะไว้ผม โก๊ะพ่อแม่ไม่ต้องเสียผ้าแดงเริ่มไว้ผมตั้งแต่แรกเกิดหรือหลังการโกนผมไฟ โดยโกนผมรอบๆ ขวัญปล่อยให้ผมบริเวณขวัญกลางกระหม่อมยาวเป็นปอยเล็กๆ บางรายจะตัดผมรอบๆ ปอยผมโก๊ะเป็นวงไรโดยรอบทำให้ดูสวยงามยิ่งขึ้นบางรายก็ไว้ปลายปอยก็ได้เมื่อปอยผมยาวขึ้นจะถักเป็นเปียเล็ก ๆ น่ารักยาวไปข้างหลัง |
|
| พิธีโกนผมจะทำเมื่อเด็กโตพอสมควร ที่นิยมกันคืออายุ ๙ ขวบขึ้นไปในพิธีโกนผมจะทำอย่างง่าย ๆ หรือพิธีใหญ่ก็แล้วแต่ฐานะของพ่อแม่ ถ้าจะโกนอย่างๆ ก็เตรียมอาหารใส่ปิ่นโต ๑ เถาไปถวายพระให้ทำพิธีโกนให้ ห้ามโกนกันเอง บางรายไม่ทำพิธีโกนแต่จะเริ่มไว้ผมที่โกนให้ยาวขึ้นแล้วตัดเป็นรูปทรงที่ต้องการต่อไป |
|
| ส่วนการทำพิธีโกนผมที่จัดเป็นงานสมโภชจะต้องเตรียมงานเหมือนกับงานบวชนาคอาจ มีการแจกบัตรเชิญญาติพี่น้องถือโอกาสพบปะญาติมิตรไปพร้อม ๆ กันอาจมีขบวนแห่แหนเช่นแห่ช้าง มีมหรสพ ภาพยนตร์ ลิเก โขน เลี้ยงพระสงฆ์ ๙ รูป เด็กที่จะโกนผมให้แต่งชุดไทยนุ่งโจงกระเบนเป็นส่วนมาก |
|
| วันพิธีจะเลือกตามตำราตัดผมเป็นความเชื่อของชาวมอญบางขันหมาก ชาวมอญอื่นๆ รวมทั้งชาวไทยด้วยดังต่อไปนี้ |
|
| วันอาทิตย์ |
ตัดผม |
มีอำนาจวาสนาอานุภาพยิ่งใหญ่ |
| วันจันทร์ |
ตัดผม |
จะมีภัยอันตราย |
| วันอังคาร |
ตัดผม |
จะหาโรคภัย |
| วันพุธ |
ตัดผม |
จะเกิดเรื่องราวกับเจ้านาย |
| วันพฤหัส – วันศุกร์ |
ตัดผม |
แม้คนยากจนก็จะกลายเป็นคนร่ำรวยได้ |
| วันเสาร์ |
ตัดผม |
เป็นเจ้าเป็นนาย ปราศจากโรคภัยอายุจะยืนยาว |
|
|
| นอกจากตำราแรกที่กล่าวมาแล้ว ชาวมอญจะยึดถือตำราวันลอย – วันจม ประกอบการเลือกวันทำพิธีโกนผมให้เด็กอีกด้วยคือ |
|
| การโกนผมจะให้พระโกนให้ แต่สำหรันเด็กผู้หญิงที่ไว้ผมโก๊ะจะให้มัคทายกเป็นผู้โกนให้ต่อหน้าพระสงฆ์และแขกผู้มาร่วมงาน หรืออาจจะให้ผู้สูงอายุหรือญาติผู้ใหญ่โกนให้เมื่อเด็กถึงวัยอันสมควร ทางผู้ใหญ่จะหาฤกษ์ยามโดยอาศัย วันลอย วันจม ประกอบการตัดสินใจจัดทำพิธีโกนผมให้แก่เด็ก ถือว่าผู้จัดทำพิธีกรรมที่ทำขึ้นเป็นพิธีเพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแก่เด็กก่อนจะเริ่มชีวิตผู้ใหญ่ |
|
| คนโบราณสามัญชนจะไว้ผมโก๊ะ ผมแกละ และผมเปียมากกว่าผมจุก ส่วนคนชั้นสูงชั้นเจ้าฟ้า พระราชโอรส พระราชธิดา บุตรธิดาขุนนางมักจะไว้ผมจุกมากกว่าผมอย่างอื่น เมื่อพระราชธิดามีพระชนมายุพอสมควรจะจัดพิธีโกนผมอย่างยิ่งใหญ่เรียกว่า พิธีโสกันต์ ให้แก่ พระโอรส พระธิดา และเชื้อพระวงศ์มากมายถึง ๓๙๑ องค์ พ.ศ.๒๔๒๒ (พระองค์มีพระชนมายุ ๓๐ พรรษา) จนถึงปีมะเมีย พ.ศ.๒๔๕๒ หรือก่อนสวรรคต ๑ปี |
|
| พิธีโกนผมโก๊ะของเด็กมอญที่ได้รับความนิยมอีกอย่างหนึ่ง คือการจักพิธีโกนผมให้ เด็กผู้ชายที่ไว้ในคราวที่มีญาติผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตลง ญาติพี่น้องจะถือโอกาสทำพิธีโกนผมให้เด็กบวชเณรอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติ ผู้ใหญ่ที่เสียชีวิต ซึ่งจะเรียกการบวชเช่นนี้ว่า “บวชหน้าไฟ” การโกนผมโก๊ะเช่นนี้พระจะเป็นผู้ทำหน้าที่โกนผมให้ แล้วจะทำพิธีบวชเณรให้แก่เด็กในลำดับต่อไป โดยมากเด็กที่ต้องโกนผมโก๊ะเพื่อบวชหน้าไฟนี้มักจะมีอายุค่อนข้างน้อยกว่า เกณฑ์ปกติที่จะทำพิธีโกนผม ซึ่งปกติจะโกนเมื่ออายุ ๙ ปี ขึ้นไป ส่วนมากจะอยู่ในราว ๑๑-๑๓ ปี |